• Case Study 25.06.2014 No Comments

    ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงวันสองวันนี้ที่เราเห็นก็เป็นข่าวโด่งดังอยู่ก็ คือ ผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือรายหนึ่ง เกิดอาการ “บิลช็อค” เนื่องจากอยู่ๆ ก็ได้รับบิลค่าใช้บริการถึงหลักแสนบาท (เอาจริงๆ ค่าโทรศัพย์เดี๋ยวนี้ ถึงจะเปิดทิ้งไว้ ก็ยังไม่ถึง 50,000 บาทเลยครับ)

    image
    ภาพข่าวจาก Thairath

    ส่วนตัวบอกไว้ก่อนว่ายังไม่ได้ลองใช้ Carrier Billing ของ AIS เพราะว่า ผมไม่ได้ใช้ AIS 3G จึงไม่สามารถตั้งค่าทดสอบได้ แต่ขออ้างอิงวิธีการของทาง Mobiledista นะครับ สิ่งที่พบคือ

    • การลงทะเบียนจำเป็นที่จะต้องเป็นหมายเลขของ AIS (ซึ่งมีขั้นตอนในการ verify หมายเลขอยู่)
    • หลังจากการลงทะเบียนเสร็จสิ้น การใช้งานก็จะเหมือนบัญชีบัตรเครดิตทั่วไปทันที แต่ยังไม่มีการกำหนดวงเงินไว้ (มีคนพูดว่ากำหนดไว้ว่าไม่เกิน 1,000 บาท แต่ในใบเสร็จ 2 บรรทัดสุดท้ายตัดเงินไปถึง 1,432.45 บาท)

    image
    อ้างอิงภาพจาก @yoware

    • ใบเสร็จจะส่งเข้าบัญชีของ Google (Gmail) ไม่ใช่ SMS

    image
    ตัวอย่างใบเสร็จรับเงิน (Email)

    จากกรณีดังกล่าวจะเห็นเลยว่า

    • ทางพ่อแม่ไม่สามารถตรวจสอบการทำธุรกรรมของบัญชีได้เลย
    • ยังไม่มีขอบเขตของวงเงินต่อครั้ง และ วงเงินของการใช้บริการด้วย ดังนั้นงานนี้กดเพลินเลยครับ
    • Gmail มีไว้เพื่อทำให้เข้า google play เป็นหลัก ไม่ได้เอาไว้ใช้เช็คเมล (ต้องเข้าใจครับว่าเด็กๆ คงยังไม่ได้ใช้ Email เพื่อการติดต่อสื่อสาร อย่างมากก้คงจะใช้พวก Messaging เช่น LINE) ทำให้ไม่รู้ถึงการจ่ายเงินที่เกิดขึ้น

    ในกรณีศึกษานี้มีการอ้างอิงว่า การเก็บเงินเป็นสกุลเงินต่างชาติ ทำให้เด็กไม่ทราบว่าถูกตัดเงิน นึกว่าเป็นการตัดแต้ม

    ผมเห็นด้วยกับข้อความนี้ครับ…แค่ครึ่งเดียว

    Screenshot_2014-06-24-22-18-33

    จากภาพจะเห็นว่าจะเป็นการแจ้งราคาเป็นสกุล US ดอลลาร์

    image
    แต่พอจะซื้อจะแจ้งราคาเป็นสกลุเงินไทยแทนครับ

    ซึ่งปัญหาของความเป็นไปได้ข้อหนึ่ง คือ เด็กไทยไม่รู้ว่า ฿ เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงเงินบาทครับ (ผมว่านี้เป็นปัญหาใหญ่เลยแหละครับ)

    สิ่งที่สังเกตุพบต่อไป คือ เด็กหลายคนทราบครับว่า เพชร ต้องเสียเงินซื้อ แต่…มันน่าจะโกงได้ โดยที่ไม่รู้ว่ามันโกงไม่ได้แล้ว

    image

    ลองหาเล่นๆ ใน Youtube ดูก็…เอ่อ เยอฮะimage

    กรณีนี้ผมไม่อยากจะใช้คำว่า “ร้เท่าไม่ถึงการณ์,” เลยครับ เพราะ มันเป็นการพยายามจะโกงแต่โกงไม่สำเร็จมากกว่า ซึ่งภาระความรับผิดชอบกลับมาตกที่ผู้ให้บริการ ที่ไม่ได้กำหนดวงเงินไว้ (แหม๋…) เพราะ ถ้ากำหนดไว้ก็จะรู้ตัวแล้วก็เลิกใช่มั๊ยครับ ผมว่ามันไม่ใช่ละมั้ง ดูจะเป็นการเอาความโง่ของตัวเองมาผลักภาระให้กับผู้ให้บริการอย่างชัด แล้ว กสทช ก็ยังบ้าจี้ตามไปด้วย แต่แนวทางการปฏิบัติตอนนี้ถือว่าอยู่ในแนวทางที่ดี เพราะ มีการเรียก Operator และ Google เข้ามาคุยหาทางออก แต่ไม่ได้มีการลงโทษแต่อย่างใด (เพราะ แค่ waive ให้ก็ถือว่าเยอะแล้ว เพราะ จริงๆ ปัญหานี้ควรจะเป็นลูกค้าที่คุยกับทาง Google เอง ไม่ใช่ให้ Operator ไปคุยกับ google ให้แทน)

    แต่ส่วนตัวผมอยากเพิ่มอีกอย่าง คือ ในกรณีที่ต้องคืนเงิน (จำนวนมหาศาล) เพราะ ความประมาทในลักษณะนี้ทาง Google อาจะต้องมีบทลงโทษหนัก เช่น การยกเลิก Account ของ Game นี้ไปเลย เป็นต้นครับ

    กลับมาสู่โหมดพ่อแม่สีขาวกันบ้าง…

    คำแนะนำสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการจะซื้อ Smartphone ให้ลูก/หลานใช้ควรจะมีข้อปฏิบัติดังนี้ครับ

    • Smart Parent – ผู้ปกครองสมัยใหม่จะต้องรับรู้ถึงการดำเนินธุรกิจของอุตสาหกรรม Software ในปัจจุบันรวมทั้งเกมมือถือว่า ไม่ใช้แบบเดิมที่มาเป็นของฟรี หรือ ของเต็ม (Full Packages) แล้ว แต่มาเป็นลักษณะ Freemium ซึ่งจะมาในรูปแบบของฟรี แล้วค่อยไปหาเงินจากภายในเกม (เช่น โฆษณา, สินค้า, เงินในเกม และ อื่นๆ) อีกที In-App Purchase เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
    • Smart Sim – เลือกใช้ Sim ให้เหมาะสมกับคนครับ ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้ Prepaid Sim เพราะ จะต้องมีการเติมเงินก่อนการใช้งาน และ เติมเท่าที่เหมาะสม เป็นวิธีการควบคุมเงิน ให้อยู่ภายในวงเงินที่กำหนดไว้ดีที่สุด และอีกอย่าง เด็กไม่มีความจำเป็นที่จะต้องโทรออกมากขนาดนั้น จะเน้นรับสายของผู้ปกครองซะมากกว่า ดังนั้นถ้าไม่เอาเงินไปถมกับค๊กกี้ รัน ยังไงก็เพียงพอครับ (ยิ่งตอนนี้ แค่เติม 30 บาทก็ใช้ได้ทั้งเดือนแล้ว จะเอาอะไรอีก)
    • Smart Account – Google Account เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของ Google และ Android ครับ เด็กๆ ยังไม่รู้ Google Account มีความสำคัญอย่างไร แต่รู้ว่ามันใช้ดาวน์โหลดเกมได้แน่ๆ ดังนั้นคุณที่เป็นผู้ใหญ่จะต้องรับทราบการมีอยู่ของมัน แล้วคอยตรวจการใช้งาน เพราะ ถ้ามีการใช้ Google Account ซื้อของจะต้องมีใบเสร็จมาอยู่ในนั้นแน่นอน และ ระวังเรื่องการตั้ง Password ด้วย ถ้าไม่อยากให้เด็กซื้อโปรแกรม จงอย่าให้เค้ารู้ Password ของ Google Account
    • Smart Payment – ในกรณีที่อนุญาตให้เค้าสามารถซื้อของได้ ก็ควรจะใช้วิธีการที่สามารถทำให้เราทราบการใช้เงินอย่างรวดเร็วที่สุด เช่น การผูกกับบัญชีบัตรเครดิส หรือ บัตรช็อปปิ้ง ที่ผูกบริการ SMS Alert ไว้ด้วย ซึ่งท่านก็จะสามารถสั่งยกเลิก หรือ ขอเงินคืนได้ทันการด้วย (ค่าสมัครก็แล้วแต่ธนาคาร อย่าเป็นพวกแบบเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย เลยครับ)

    image
    ตัวอยางการแจ้งเตือน (อันนี้ผมซื้อ แล้วยกเลิกแบบเปิด Request ครับ)

    เป็นไงครับผมเชื่อว่าพ่อแม่หลายคนที่เป็น Non-IT คงจะไม่คิดว่ามันจะมีปัญหาขนาดนั้นจนกว่าจะเจอเอง ดังนั้นการสร้าง Awareness เป็นสิ่งที่จำเป็นซึ่งทาง AIS ก็ได้มีการให้ความรู้อยู่บนหน้า Web อยู่แล้ว แต่เด็กๆ คงไม่อ่านกัน ก็คงจะต้องเป็นภาระของผู้ปกครองทุกท่านแล้วหล่ะครับ ว่าจะดูแลเด็กๆ ในความดูแลของท่านอย่างไร Smile

    Tags: , ,

  • ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ในเวลานั้นเมื่อเราต้องการซอฟต์แวร์อะไรซักตัวหนึ่ง ก็คงต้องเดินทางไปถึงร้านขายซอฟต์แวร์ถึงจะซื้อได้ ซอฟต์แวร์บางตัว จะต้องทั้งทดสอบ แล้วยังต้องพิจารณาแล้วพิจารณาอีกกว่าจะซื้อได้ เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป (ทุกคนคงไม่นับโปรแกรมที่มาจากพันทิพย์นะครับ (ฮา))

    เมื่อถึงยุคที่อินเทอร์เน็ตกลายเป็นสวนหนึ่งในชีวิตประจำวัน การทำธุรกิจของผู้ประกอบการบ้างคนก็เริ่มที่จะขึ้นมาอยู่บทอินเทอร์เน็ตเช่นกัน แม้จะไม่ได้โดดเด่นมากเท่าในช่วงเวลานี้แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่ เรียกว่า อีคอมเมิร์ซ (E-Commerce)

    จนมาถึงยุคโลกหลังพีซี (Post-PC Era) อุปกรณ์มือถือกลายเป็นอุปกรณ์อันชาญฉลาดที่สามารถใช้งานทดแทนพีซีได้ จากการพัฒนาระบบนิเวศของเจ้าของผลิตภัณฑ์ ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับแต่งอุปกรณ์ของตัวเองให้ฉลาดได้อย่างที่ตัวเองต้องการผ่านการใช้แอปพลิเคชันต่างๆ ที่มีขายบนร้านค้า (ขอเรียกสั้นๆ ว่า Store) ของตัวเอง เช่น App Store (Apple), Google Play (Google), Windows Store (Microsoft สำหรับ Microsoft จะมีแค่ Metro App เท่านั้น สำหรับ Desktop App จะเป็นการเปิด Link ไปยังเว็บไซท์ของเจ้าของสินค้าแทน)  นี่ยังไม่นับร้านค้ารายย่อยอีกมากมาย เช่น Samsung Store, Baidu PC Appstore เป็นต้น

    Read more…

    Tags: , , ,

  • News 17.06.2014 No Comments

     

     image

    Microsoft® ได้ออก Microsoft Windows 8 มาให้สาธารณชนได้ใช้งานมาประมาณปีครึ่งแล้ว (นับตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2555) และ ปีต่อมาก็ได้ออก Windows 8.1 (นับตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2556) มาเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ แม้เสียงตอบรับที่กลับมา จะอยู่ในแนวโน้มที่ดีกว่า Windows 8 แต่ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร (ส่วนใหญ่ยังคงใช้งานอยู่ที่ Windows 7 อยู่นั้นเอง)

    แต่ถึงกระนั้นทาง Microsoft ก็ยังไม่ละควรพยายามที่จะปรับปรุง Windows 8.1 ให้ได้รับการยอมรับมากกว่านี้ แม้ว่าตอนนี้ก็เริ่มการพัฒนา Windows 9 แล้วก็ตาม (ฮา) ซึ่งทำให้เกิด Windows 8.1 Update ขึ้นมา ซึ่ง Windows 8.1 Update นั้นได้ปรับปรุงการทำงานในรูปแบบ PC ให้ดียิ่งขึ้น (PC ในที่นี้ผมหมายถึงเครื่องที่ตั้งโต๊ะ หรือ Notebook ที่ไม่ได้ใช้จอ touch Screen นะครับ) ไม่เน้น Tablet มากเกินไปเหมือนตอน Windows 8  รวมถึงการกลับมาของปุ่ม Shutdown (ฮา)

    image

    แต่ ณ.วันที่ออก Windows 8.1 Update นั้น Microsoft ได้มีการกำหนดกฏใหม่ แจ้งออกมาว่า ลูกค้าทั่วไปที่ใช้ Windows 8.1 จะต้องได้รับการ Update เป็น Windows 8.1 Update ก่อนวันที่ 10 มิถุนายน 2557 (ซึ่งจริงๆ แล้ว ก่อนหน้านี้ให้เวลาถึงแค่ 13 พฤษภาคม 2557) มิเช่นนั้น จะไม่สามารถรับ Security Update อื่นๆ ที่ออกหลังจากนั้นได้อีก

    แต่สำหรับลูกค้ากลุ่มองค์กรนั้นทาง Microsoft ให้เวลา Update จนถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2557 แต่มีเงื่อนไขที่ว่าการ Update จะต้องทำผ่านระบบ Deployment ของ Microsoft เช่น Windows Server Update Services (WSUS), Windows Intune หรือ System Center Configuration Manager เท่านั้นนะครับ ดังนั้นขอแนะนำให้ผู้ดูแลระบบทุกท่านควรจะเตรียมการ Update ให้เรียบร้อยก่อนจะดีกว่า เราจะได้หยุดวันแม่อย่างสบายใจครับ

    เพิ่มเติมสำหรับการติดตั้ง Update นี้จะรวมถึง OS สาย Server ด้วย ก็คือ Windows Server 2012 R2 และ สาย Embedded เช่น Windows Embedded 8.1 Industry customers ด้วย

    สำหรับ Windows 8 จะไม่ได้รับผลกระทบจากตรงนี้นะครับ แต่หลังจากนี้ถ้าผู้ใช้งาน Windows 8 ทำการ Update ขึ้นเป็น Windows 8.1 ก็จะได้รับ Windows 8.1 Update อัตโนมัติครับ ข้ามขั้นตอนไปเลย

    สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้ง windows 8.1 Update สามารถไป download ได้ ที่นี่  (แนะนำว่าอ่านวิธีติดตั้งดีๆ ด้วยครับ) หรือ จะติดตั้งผ่าน Windows Update ก็จะสะดวกยิ่งขึ้นครับ

    Tags: , ,