• Review 18.09.2014

    วันนี้จะมารีวิว Bluetooth Headset ครับ เจ้านี้ผมหาไปหามาเนื่องจากผมเป็นคนออกกำลังกาย (บ้าง) ครับ  เน้นที่การวิ่ง ทั้งบนลู่วิ่ง (Treadmill) และ ในสวนสาธารณะ ซึ่งเดิมที่ผมใช้หูฟังแบบธรรมดาอยู่ (แต่ก็ยี่ห้อ Sony นะเออ) ซึ่งจะมีหูฟังแบบปกติก็จะมีสาย ซึ่งบอกเลยครับว่าผมผ่านหูฟังแบบมีสายมาหลาย Generation มาก ซึ่งทุกรุ่นส่วนใหญ่จะมาตายที่หูฟังพังครับ ไม่ค่อยจะซื้อ เพราะ อยากได้หูฟังใหม่เท่าไหร่ แล้วสาเหตุที่พังเสียหายประมาณ 90 % ของผม เพราะ สายขาดข้างในครับ ซึ่งขนาดใช้หูฟังระดับ Sony ทำไมพังง่ายจัง อันนี้ผมบอกเลยครับ ปัญหาไม่ใช่ที่ Sony แต่ปัญหา คือ ท่าวิ่งครับ ท่าวิ่งของคนทั่วไป เวลาวิ่งจะต้องแกว่งแขน ซึ่งมันมีโอกาสที่เราจะแกว่งแขนไปโดนที่ข้อต่อระหว่างหูฟัง ซึ่งตรงนี้จะเกิดแรงกระชากทำให้หูฟังขาดได้

    image
    จุดอ่อนหูฟังแบบสาย
    (สีดำ คือ จุดที่พัง / สีแดง คือ จุดที่โดนโจมตี)

    สำหรับเจ้าตัวที่จะเอามา Review ตัวคราวนี้คือ ยี่ห้อ Avantree รุ่น Jogger Pro ครับ ตัวนี้ผมไปเดินในตลาดมีหลายราคามาก หลายรายจะเป็นสินค้านำเข้าราคาจะประมาณ 1,300 – 1,500 ส่วนของแท้ที่นำเข้ามาจะราคาประมาณ 1,7xx  ขึ้น (อ้างอิงราคาจากทาง  สิ่งที่แตกต่างน่าจะเป็นเรื่องของหีบห่อ (Packaging) และ ประกันสินค้า (Warranty) โดยที่ของแท้จะประกัน 1 ปี ส่วนของนำเข้าส่วนใหญ่จะประมาณ 3 – 6 เดือนครับ

    image
    รูปแบบ Package จากผู้ได้รับอนุญาตนำเข้า
    (Authorized Distributor)

    คุณสมบัติพื้นฐานของ Avantree Jogger Pro

    • Bluetooth 4.0 with EDR
      (Enhanced Data Rate – ช่วยให้การส่งข้อมูลเร็วขึ้นกว่าเดิม)
    • Operation range: Class 2, 10 meters
    • Support profiles: headset, handsfree, A2DP, AVRCP
    • Up to 12hrs music time, 13hrs talk time, 40days standby time
    • 170mAh rechargeable lithium battery (Non-replaceable)
    • Product Size: 85mm*72mm*25.5mm
    • Product weight: 23g

    หน้าตาของอุปกรณ์ภายในกล่อง

    สำหรับภายในกล่องบรรจุจะประกอบด้วย

    • Avantree Jogger Pro (พร้อมฟองน้ำ และ ซิลิโคนกันเหงื่อ)
    • สายช๊าตแบบ USB
    • ถูงเก็บสำหรับพกพา
    • คู่มือการใช้งาน (2 ภาษา) พร้อมสติกเกอร์ประกันสินค้า

    image
    Unpacked Avantree Jogger Pro

    image
    Avantree Jogger Pro แบบใส่หมวกฟองน้ำ (Headset sponge Cover)

    image
    หน้าตาหลังใส่หมวกฟองน้ำ (Headset sponge earbuds)

    image
    หมวกซิลิโคนกันเหงื่อ (Headset Silicone earbud)

    image
    หน้าตาหลังใส่หมวกซิลิโคนกันเหงื่อ

    image
    ถุงเก็บสำหรับพกพา

    image
    คู่มือใช้งาน 2 ภาษา (ไทย/อังกฤษ) ด้านหลังของคู่มือภาษาไทยมีใบประกันอยู่

    ประสบการณ์การใช้งาน Avantree Jogger Pro

    สำหรับการใช้งานส่วนตัวจะแบ่งออกเป็น 3 Parts คือ การใช้งานกับ Notebook, การใช้งานกับมือถือ และ การใช้งานแบบกีฬาครับ ซึ่งอันนี้ต้องขออธิบายพื้นฐานของใช้งานเจ้า Jogger Pro ก่อนนะครับ

    image

    ปุ่มการใช้งานส่วนใหญ่จะอยู่ที่ Multiple Function Button (MFB หรือ ปุ่มสารพัดประโยชน์) ส่วนใหญ่จะใช้ในการเปิด-ปิดเพลง หรือ ทำ Function บางอย่างในกรณีของ Smartphone ซึ่งจะขึ้นกับมาตรฐานของแต่ละอุปกรณ์ ส่วนด้านข้างจะเป็น Previous-Next สำหรับการเปลี่ยนเพลงมากกว่า ส่วนอีกด้านจะเป็นส่วนของ Volume Control

    image
    ตัวอย่างการใส่ (รูปฆ่าตัวตายชัดๆ)

    การใช้งานร่วมกับ PC/Laptop

    สำหรับการใช้งานกับ PC/Laptop นั้น ไม่มีอะไรซ้ำซ้อนครับ ขอแค่เครื่องนั้นมี Bluetooth ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งเครื่องรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ในกรณีของ Laptop จะมี Bluetooth 4.0 มาให้อยู่แล้ว ดังนั้นสามารถใช้งานร่วมกันได้แน่นอนครับ

    image
    สำหรับ Windows จะเจอทั้งแบบ Headset และ Headphone

    อธิบายก่อน Headset หรืออีกชื่อคือ Hands-Free ก็คือ หูฟัง พร้อมไมค์ นั้นเอง ส่วน Headphones จะเป็นหูฟังอย่างเดียวครับ แต่ไม่แน่ใจว่าคุณภาพเสียงจะต่างกันหรือเปล่า แต่คิดว่าไม่แตกต่างครับ ซึ่งปกติ Windows จะใช้ Mode Headphones ให้ ส่วน Headset จะเป็นพวกใช้ Program ในการคุยเช่น Skype เป็นต้น

    สำหรับรัศมีการใช้งาน คือ ประมาณ 10 เมตร ซึ่งสามารถครอบคลุมได้ประมาณ 1 ห้องนอนสบายๆ เลย พวก Player มาตรฐานเช่น iTune, Windows Media Player รองรับการ Control ผ่านตัวหูฟังได้เกือบสมบูรณ์ ยกเว้น Volume Control จะเป็นตัวของหูฟังเอง ไม่ใช่ของตัว PC/Laptop นะครับ

    สำหรับคุณภาพเสียงมีมิติชัดเจน ผมไม่ค่อยฟังเพลงที่ Bass หนักๆ ถือว่าเสียงออกมากำลังดีใช้ได้เลย ที่เหลือก็ขึ้นกับตัว Media ของเราแล้วครับ Winking smile

    การใช้งานกับมือถือ

    สำหรับมือถืองานหลักคงจะเป็น Bluetooth Headset ผมใช้กับ iPhone4 และ Samsung Galaxy Core ครับ ซึ่งทั้งคู่ไม่ใช่ Bluebooth 4.0 แต่ยังทำงานร่วมกันได้ทั้งคู่ครับ โดยที่เจ้า Jogger Pro สามารถ Pair ได้ 2 เครื่อง และ สับรางแบบ 2 เครื่องได้เลย (แต่ปกติไม่ค่อยมีคนคุยด้วยเลยไม่ได้ทดสอบครับ T T)

    สำหรับการใช้งานกับ Galaxy Core ผมจะใช้ไม่ค่อยบ่อย เพราะ ผม Pair Jogger Pro กับ iPhone4 และ PC มากกว่า แต่สิ่งที่เห็นไม่เหมือนกัน คือ ปุ่ม MFB จะเรียก S-Voice ขึ้นมาได้ทันทีในเวลาใช้งาน Hand-free แต่ iPhone4 จะใช้ท่ามาตรฐาน คือ การกด Volume up + down ในเวลาเดียวกัน

    สำหรับคุณภาพการใช้งานแบบ Hands-free ค่อนข้างดี ก็ทดสอบกับคุณ ญ เนี้ยแหละ แล้วคุณเธอไม่บ่นเหมือนของเดิมที่ใช้อยู่ แปลว่า สอบผ่านจ้า (เอางี้แหละ)

    อันนี้ข้อบ่นเป็นการส่วนตัวสำหรับระบบ iOS และ Android ที่ Voice Command ดันใช้วิธี Speech Recognition ซึ่งบ้านเราคนซื้อซ้ำเยอะ แถม สำเนียงใช้กับพวกโปรแกรมแนวนี้ค่อนข้างยาก ก็ Adapt พอสมควรเลย กว่าจะทำให้ใช้ Voice Command โทรหาคุณ ญ ได้แม่นยำ อันนี้ทำให้คิดถึงยุคก่อน Smartphone ที่เราสามารถทำการ record Voice Command ได้เลย ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับคนไทยที่ Speech Recognition ยังไม่ดีเท่าไหร่

    การใช้งานกับกีฬา

    สำหรับการใช้งานกับกีฬาผม Based จากเจ้า iPhone4 นะครับ ประสบการณ์กับการใช้ออกกำลังกายจะคล้ายๆ กับการใช้งานกับ PC คือ เน้นที่ฟังเพลง กับ ฟังเสียงของพวกโปรแกรมออกกำลังกาย เช่น Nike+ มากกว่า มีการใช้ Voice Command ถามเวลาบ้าง

    สำหรับเจ้า Jogger Pro ถือว่าออกแบบมาได้ดีครับ เกี่ยวหูแล้วลงมาอยู่ใกล้คอ ซึ่งมันล็อคพอดีเวลาออกกำลัง สำหรับน้ำหนักของเจ้า Jogger Pro ก็ไม่เยอะถึงขนาดที่ทำให้รู้สึกรำคาญ (23 กรัม) แต่ในการออกกำลังจะแนะนำให้ใส่หมวกซิลิโคน แทน ฟองน้ำ เพื่อที่จะช่วยกันน้ำเข้าตัวหูฟัง ซึ่งอันนี้ถือเป็นข้อเสียสำหรับเจ้า Jogger Pro พอสมควรเลยครับ เพราะ ตัวซิลิโคนไม่ได้นุ่มมาก ทำให้มันกดหูแทนที่จะใส่สบาย แต่ช่วงแรกๆ จะไม่ค่อยรู้สึกนะครับ แต่พอวิ่งซักชั่วโมงจะเริ่มออกอาการเจ็บที่รูหูครับ ซึ่งถ้าคิดว่าออกกำลังกายต่อวันไม่เกิน 1 ชั่วโมงอยู่แล้ว ก็ถือว่ายังใช้งานได้ครับ (ส่วนตัวก็ใช้งานประมาณ 1 ชั่วโมง ก็จะออกอาการพอดี)

    สำหรับตัว Bluetooth Sender (เช่น Mobile หรือ Media player ที่รองรับ Bluetooth) จะแนะนำให้อยู่ฝั่งขวามือของเรา (ฝั่งที่มีปุ่ม MFB) เพราะ ตัวรับสัญญาณอยู่ที่ฝั่งนั้นครับ แต่จากที่ลองอยู่ข้างหลังก็ยังรับสัญญาณได้โอเคอยู่นะครับ

    แต่ประสบการณ์การเล่นเพลง ระหว่าง iPhone4 (iOS7) กับ Jogger Pro ถือว่า ค่อนข้างแย่ ครับ ผมไม่แน่ใจว่าเกิดจากการ Streaming ไม่ทัน (iPhone 4 เป็น Bluetooth 2.1 + EDR ซึ่ง Data Transfer จะช้ากว่า 4.0) ทำให้บางครั้งก็เพลงขาดช่วงประมาณ 1 – 2 วินาที (บอกก่อนว่าผมใช้วิธีเอา iPhone4 ใส่ไว้ในกระเป๋าคาดเอว) แม้จะไม่บ่อยแต่เวลาเกิดกับเพลงโปรดก็ชวนหงุดหงิดได้ ลองพยายามใช้ Do Not Disturb ก็ไม่ค่อยจะได้ผลเท่าไหร่ แต่เหมือนจะดีขึ้น…ละมั้ง ต้องขอลองอีก 2 – 3 ทีครับ อันนี้ส่วนตัวจึงใช้คำว่า พอใช้ได้ เท่านั้นในขณะที่การใช้งานอื่นๆ ถือว่าดีเลยทีเดียว

    กลับมา Update ที่ได้ Review ร่วมกับ iPhone6 ครับ
    สรุปว่า Bluetooth 4.0 ไม่ได้ช่วยอะไรครับ ยังทำงานได้แย่เหมือนเดิมเสียง Delay เหมือน Stream ไม่ทัน แบบนี้เอาไปใช้งานจริงไม่ไหวครับ…สอบตกจริงๆ หล๊ะ สำหรับ Avantree รุ่น Jogger Pro 

    PS.แต่ยังมีสมมุติฐานว่ามันเสียรึเปล่าอยู่นะ เดี๋ยวจะลองเครมดูครับ

    Comments

    comments

    Posted by yuttanah @ 5:01 pm

    Tags: , , ,

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.