• News, Special Report 10.01.2015

    ออกตัวก่อนว่าส่วนตัวไม่ได้เป็น IT Blogger ที่เค้าเชิญไป ที่ได้ไป เพราะ ความบังเอิญล้วนๆ ครับ เพราะ ผมมีญาติที่ทำงานอยู่ใน Oppo แล้วเค้าก็ชวนมางานนี้ตอนบ่ายก่อนเวลางานไม่กี่ชั่วโมงเอง ดังนั้นไอ้จะได้ภาพแบบ Exclusive แบบนั่งหน้าแบบ Blogger ก็คงจะไม่มีนะครับฮาาา แต่คงจะนำเสนอในส่วนของ Oppo Mobile 2 รุ่นที่เค้าเปิดตัวมากกว่า เพราะ ยอมวิ่งจากรัชดาได้ไปงานนี้ เพราะ ผมสนใจตรงนี้แหละครับ แต่กว่าจะไปถึงก็ทุ่มกว่าแล้ว เหมือนงานจะเริ่มไปซักพักแล้ว (อดกินครับ…จริงๆ พี่เค้าชวนมากิน มากกว่ามาดูมือถือรุ่นด้วยซ้ำนะ ฮาาาา)

     

    Open Event

    IMG_6382

    บอกก่อนว่าอะไรที่เกิดก่อน 1 ทุ่ม ผมไม่รู้เรื่องครับ ฮาาาา…แต่ตอนที่เข้าไปในงานทีมงาน Oppo น่าจะหลายร้อยชีวิต อาจจะถึงพันกำลังเต้นอยู่รอบ ๆ มีผู้บริการก็เต้นก็อยู่กลางเวทีเลย ทุ่มเทกันจริงๆ (ได้ยินว่า โดม ปกรณ์ลัมเป็น DJ ของงานนี้) มีจอห์น วิญญูเป็นพิธีกรของงาน

    ลักษณะการนำเสนอของงานจะเป็นการเปิด Presentation Video ของ Product แล้วไล่ Features เด่นไปทีละตัว ส่วนตัวไม่ค่อยจะชอบเท่าไหร่ เหมือนกำลังจะอินแล้วถูกขัดจังหวะ

    สำหรับราคาเปิดตัวของ Oppo N3 และ Oppo R5 เป็นดังนี้ครับ

    IMG_6391

    Oppo R5 เปิดตัวที่ราคา 15,990 บาท และ Oppo N3 เปิดตัวที่ราคา 19,990 บาท (ซึ่งเป็นราคาเดียวกับราคาเปิดตัว Oppo N1 เมื่อปีที่แล้ว) ต่อไปเรามาดู Spec กันดีกว่าครับ

    Oppo N3

    Generation ที่ 3 ของ Smartphone กล้องหมุนได้ของ Oppo (หลายคนสงสัยว่า N2 หายไปไหน…ส่วนตัวก็ไม่รู้ครับ แต่ส่วนตัวเดาว่า จริงๆ N1 Mini อาจจะเคยเป็น N2 ก็ได้ แต่เพราะเป็น Minor Change เลยใช้ N1 Mini น่าจะดีกว่า)

    image

    สำหรับตัวเครื่องเหมือนจะมีแค่ สีขาว

    จอภาพแสดงผล จะเป็นจอภาพขนาด 5.5 นิ้ว IPS Full HD ที่ความละเอียด 1920×1080 ถือว่าเป็นมาตรฐานของจอมือถืรุ่น Top อยู่แล้ว

    ระบบปฏิบัติการเป็น ColorOS 2.0 ที่ทาง Oppo พัฒนาขึ้นมาเองตั้งแต่ตอนเปิดตัว N1 สำหรับเจ้า ColorOS 2.0 พัฒนามาจาก Android 4.4 KitKat ครับ

    หน่วยประมวลผลเป็น Qualcomm MSM8974AA Quad-core 2.3GHz

    หน่วยความจำหลักขนาด 2 GB และ มีที่เก็บข้อมูลขนาด 32 GB รองรับการใส่ MicroSD สูงถึง 128 GB ครับ

    สำหรับ N3 รองรับการทำงานได้ 2 Sim เป็น Nano Sim และ Micro Simแต่ถ้าต้องการจะใส่ MicroSD จะใช้ Micro Sim ไม่ได้นะครับ (กลายเป็น Single Sim)

    จุดเด่นอีกตัวของ Oppo คือ การรองรับเครือข่ายได้ทุกแบบในบ้านเรา ทั้ง GSM (GPRS/EDGE), WCDMA (HSPA+) และ LTE ดังนั้นไม่ต้องไปถามเลยครับว่า เครื่องนี้ใช้กับ 3G ของ TruemoveH ได้หรือเปล่า (ผมถามประจำ ^ ^”)

    การเชื่อมต่อมาตรฐานมีมาครบ ทั้ง Bluetooth 4.0LE และ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac รองรับ Wi-Fi Direct, Wi-Fi Display, DLNA,WPS

     

    IMG_6396

     

    มาที่จุดเด่นของเจ้า N3 กันดีกว่าครับ Oppo N3 มาพร้อมกล้องตัวเดียวขนาด 16 ล้านพิกเซล ที่สามารถหมุนได้ถึง 206° ของ Schneider ประกอบด้วยเลนส์ 5 ชิ้น และ ค่ารูรับแสง (Aperture) กว้างสูงสุดที่ F2.2

    image

     

    และ อีกเทคโนโลยีที่มาแน่ใน Oppo รุ่น Top คือ การชาร์ตที่เร็วขึ้นถึง 4 เท่าของ VOOC แต่ N3 มาพร้อมกับ VOOC mini ครับ สายชาร์ตที่มีขนาดเล็กลง แต่ชาร์ตไวเหมือนเดิม

     

    อีกตัวที่น่าสนใจครับนั้นคือ O-Touch ที่เคยมากับ N1 ตอนนี้ดูจะมีผิวสัมผัลมากขึ้น (ตอน N1 ผมทดสอบแล้วไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะ ไม่รู้สึกเวลาแตะเนี้ยแหละ)  และ ยังทำงานเป็น Finger Print อีกด้วย

    แถมตัว Fingerprint นั้นเป็นปุ่มสามารถใช้กดเพื่อถ่ายภาพได้เช่นกันครับ

     

    IMG_6397

     

    ตัวต่อไปซึ่งพัฒนาขึ้นมาอีกขึ้นก็คือ O-Click 2 (เป็น Option นะครับ) ตัวนี้เสียดายไม่ได้ลอง เพราะ ออกมาตอนงานเสร็จ เค้าก็เก็บไปหมดแล้ว

    แต่เท่าที่ทราบ O-Click สร้างเพิ่มความสามารถในการควบคุมการหมุนของกล้องมาให้ด้วย ไม่ใช่แค่ Shutter แล้วนะเออ และ ยังมี Function การควบคุม Music Player มาด้วย

     

    image

     

    สำหรับจุดขายของ N3 นั้นก็คือเรื่องกล้องที่โดนเด่นในระดับที่ Selfie ตัว*** ก็ต้องยอมรับกันเลย เพราะ คุณกำลังถ่ายภาพด้วยกล้องขนาด 16 MP กันเลยทีเดียวนะ ซึ่ง ColorOS มาพร้อม Beautify Mode เพิ่มความหล่อ/สวยเข้าไปอีก (ผมขอผ่านนะ ไม่กล้าลองเอง ฮาาา) มีความสามารถในการ Tracking Focus ในกรณีที่ถ่ายพวกวัตถุที่เคลื่อนไหวได้ สำหรับ Mode การทำงานของกล้องก็มีหลากหลายมาก ประมาณ 10 กว่าแบบได้ ที่เด่นๆ ที่ผมจำได้ คือ Ultra HD, ถ่ายกลางคืน, SuperMacro, Professional (ผู้ชำนาญเรื่องกล้องน่าจะชอบครับ) และ ที่เจ๋งสุด คือ Auto-Panorama ซึ่งใช้ความสามารถของกล้องหมุนได้ออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะ เป็นการหมุนอัตโนมัติ ความเร็วคงที่ ภาพจึงออกมาสวยเลยทีเดียว

    IMG_6395

     

    การควบคุมกล้องของเจ้า N3 ก็ไม่ยาก เพราะ ใช้ได้ทั้งจอหน้า , O-Touch และ O-Click 2 เลย (สารภาพเลยว่า จริงๆ ต้องถ่ายวีดีโอ แต่เพิ่งนึกได้ทีหลังแฮะๆ)

    ใช้แค่สไลด์ขึ้น/ลง เบาๆ (กดจอไว้) ถ้าต้องการให้กล้องหมุนช้า และ สไลด์เร็ว ถ้าต้องการให้หมุนทันที (หมุน 180°) ยกเว้น O-touch ที่จะไม่มีแบบหมุนทันทีนะครับ

    IMG_6400

    สำหรับขนาดของเจ้า N3 คือ 161.2 x 77 x 8.7 มม ถือว่าใหญ่พอควร เพราะ เป็นมือถือจอ 5.5” และ น้ำหนัก 192 กรัม รวม Battery ขนาด 3000mAh Li-Po ไปด้วย (ถอดไม่ได้นะครับ)

     

    เอาว่าถ้าอ่านแล้วงงของเชิญชมภาพรวมเลยละกันครับ

    IMG_6405

    ต่อไปเป็นช่วงโฆษณาครับ 😉

    Oppo N3

    Oppo R5

    สำหรับเจ้า R5 มีจุดขาย คือ ความเรียบหรู และ ความบางที่สุด เพราะ มีความหนาแค่ 4.85mm เท่านั้นเอง (เสียแชมป์ให้ Vivo  X5 Max ไปเรียบร้อย ที่ 4.75mm)

    image

    สำหรับตัวเครื่องเหมือนจะมีแค่ สีขาว เช่นกัน แต่เป็นกรอบโลหะ และ อลูมิเนียม เนื้องานประณีตมากครับพูดเลย (เค้าว่าแข็งแรงมาก แต่ไม่กล้าทุบเอง)

    จอภาพแสดงผล จะเป็นจอภาพขนาด 5.2 นิ้ว Full HD ที่ความละเอียด 1920×1080 แต่เป็นจอ AMOLED ทำให้ภาพสวยเนียนดูสบายตา(เค้าว่างั้นนะ แต่สีมันสวยจริงครับ)

    IMG_6412

    ระบบปฏิบัติการเป็น ColorOS 2.0 เช่นกัน

    สำหรับ Oppo R5 เหมือน Smartphone เครื่องแรกที่ได้รับการติดตั้ง Qualcomm MSM8939 Octa-core 1.5GHz

    หน่วยความจำหลักขนาด 2 GB และ มีที่เก็บข้อมูลขนาด 16 GB เป็นแบบ Single Micro-Sim ครับ

    แน่นอนว่ารองรับเครือข่ายได้ทุกแบบในบ้านเรา ทั้ง GSM (GPRS/EDGE), WCDMA (HSPA+) และ LTE

    การเชื่อมต่อมาตรฐานมีมาครบเช่นกัน ทั้ง Bluetooth 4.0LE และ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac รองรับ Wi-Fi Direct, Wi-Fi Display, DLNA,WPS

     

    สำหรับกล้องแม้จะไม่ใช่ตัวเด่น แต่ก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียว
    กล้องหน้าขนาด 5 ล้านพิกเซล และ กล้องหลังขนาด 13 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง (Aperture) กว้างสูงสุดที่ F2.0 ของ Sony (2nd Generation stacked CMOS)

     

    สำหรับเทคโนโลยีอย่าง VOOC ก็มาแบบเดียวกับ N3 (เป็น VOOC Mini)

    IMG_6411

     

    จุดเด่นอีกอย่างที่นำเสนอคือ ระบบระบายความร้อนใหม่ (New heat radiation system) ซึ่งทำให้อุณหภูมิของตัวเครื่องไม่สูงเกินไป ซึ่งมันเทสในห้องแอร์ไม่ได้ไงฮะ…

     

    สำหรับ Oppo R5 เนื่องจากออกแบบมาให้บางมาก Port ที่ไม่จำเป็นก็เลยหายไปหมด ซึ่งหูฟังก็เป็หนึ่งในนั้นครับ ซึ่งหูฟังนั้นเราจะใช้ร่วมกับช่อง Charger (แปลว่า ฟังเพลง จะช๊าตไม่ได้นะเออ)

     

    ซึ่ง Oppo จำนำเสนอ Option ที่ชื่อ O-music (แน่นอน ผมไม่ได้เล่นมันเหมือน O-Click นั้นแหละ) ซึ่งการทำงานคล้ายๆ กับ O-Click เลย แต่เพิ่มส่วนที่เป็นตัวรับสัญญาณ Bluetooth ไว้ฟังเพลงมาด้วยครับ

     

    image

    สำหรับขนาดของเจ้า R5 คือ 148.9 x 74.5 x 4.85 มม และ น้ำหนัก 155 กรัม รวม Battery ขนาด 2000mAh Li-Po ไปด้วย (น่าจะถอดไม่ได้นะครับ )

    สุดท้ายเป็นภาพของด้านซ้าย/ขวา/หลังของเจ้า R5 ที่เนียนมากครับ งานเค้าดีจริงๆ

    IMG_6408 IMG_6409 IMG_6410

    ตอนจบเรามาดู ความแข็งแกร่งของ Oppo R5 กันครับ 😉

    สรุป

    งานนี้บอกเลยว่า Oppo เริ่มจากตลาดแบบ Focus Group ได้ดีขึ้นครับ มือถือทั้งคู่มีความโดดเด่นในความถนันของตัวเอง และ ไม่แย่งคู่แข่งกันด้วย และ ยังมีช่องให้พี่น้องร่วมค่ายอย่าง Find7 ยังมีที่ยืนสบาย ๆ เลย

    (บอกก่อนว่าถึง R5 จะใช้ Octa-Core แต่ผล Branchmark ก็สู้ Find7 ไม่ได้นะครับ)

    Comments

    comments

    Posted by yuttanah @ 7:30 am

    Tags: , , , ,

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.