• Special Report 14.06.2015

    ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเราเพิ่งจะผ่านงานอีเวนท์ใหญ่สำหรับคนกลุ่ม IT มา 2 งานนั้น คือ Google I/O ของ Google และ WWDC 2015 ของทาง Apple ซึ่ง Feedback ใน Social ก็มีทั้งว๊าว และ แว๊ก แต่งต่างกันในตามมุมมองของคนที่เป็นสาวกนะครับ (แน่นอนว่า ผมก็สนุกกับการ Bluff กันไปมาของสาวกแต่ละฝ่ายเช่นกัน) แต่จริงๆ แล้วงาน IT ใหญ่อีกงานที่คนไม่ค่อยจะพูดถึงอีกงานก็คืองาน Build 2015 ซึ่งถ้ามองแล้ว ทั้ง 3 งานนั้นล้วนเป็นงานสำหรับเหล่า Developer ทั้งนั้น แต่ 2 อันแรกดูจะเป็นที่สนใจมากกว่า เนื่องจากยุคปัจจุบันมันเป็น Post-PC Era แล้วนั้นเอง ซึ่ง Android และ iPhone รวมกับก็มีประมาณราวๆ 96-97 % ของทั้งโลกแล้ว จึงไม่แปลกใจที่งาน Build 2015 จะได้รับความสนใจเฉพาะกลุ่มนักพัฒนา และ สาวกของ Microsoft เท่านั้น ซึ่งผมก็ดูทั้ง 3 งานนะ 🙂

     

    ซึ่งหนึ่งใน Highlight หลักของงานนั้นก็คือ ระบบปฏิบัติการ (Operating System) ซึ่งสิ่งที่ผมสังเกตเห็นชัดเจน คือ Google และ Apple ต่างก็วางทิศทางของระบบปฏิบัติการมาในงานเดียวกับ นั้นก็ คือ การพัฒนาระบบปฏิบัติการให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่ใช้ เช่น

    • Mobile/Tablet จะเป็นระบบปฏิบัติการ iOS (Apple) หรือ Android (Google)
    • Watch จะเป็นระบบปฏิบัติการ WatchOS (Apple) หรือ Android for smartwatch (Google)
    • Internet Of Thing (IoT) – สำหรับ Apple ยังไม่มีการประกาศที่ชัดเจน (แต่มีแนวทางแล้ว) ส่วน Google ทำการเปิดตัว Brillo ระบบปฏิบัติการสำหรับ IoT

     

    ส่วน Microsoft กลับมาในแนวทางที่ตรงกับข้ามนั้นก็ คือ มีการพูดถึงแค่ระบบปฏิบัติการ Windows10 เท่านั้น นี่เป็นความน่าสนใจ สำหรับผมที่เป็นสาวก Microsoft คนนึงเลยทีเดียว

    3-Kingdom

    What is happened with Windows 8…Why Windows 10 is come so fast

    แน่นอนว่าในเวลานี้ทุกคนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows อยู่ ถ้าไม่นับ Windows XP ที่ปัจจุบันถือว่า End of Life ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2555 (2014) ก็คงกำลังใช้ Windows 7 หรือ Windows 8 อยู่ จริงๆ อัตราการเปลี่ยนแปลงของ Windows 7 ไป Windows 8 ถือว่าไม่เยอะ ถ้าไม่โดนบังคับจริงๆ เช่น การซื้อเครื่องใหม่เป็นต้น (เอาจริงๆ ถึงจะซื้อเครื่องใหม่ หลายคนก็พยายามเอาไปลง Windows 7 อยู่ดี) ซึ่งในงาน WWDC 2015 ทาง Apple ก็มากัดอีกแล้วว (ตามปกติ)

    Windows8Adoption-May2015

    Current Operating System Adoption 2015 (Refer: Netmarketshare.com)

     Windows8UpgradeAdoption

    Windows 8 Adoption Rate (Refer: Apple WWDC 2015 Keynote)

    ซึ่งถามว่า Windows 8 มีปัญหาอะไร ทำไม Adoption Rate ถึงได้ต่ำเหลือเกิน ในความคิดของผมน่าจะมีสาเหตุ ข้อนี้ครับ

    1. การเปลี่ยนแปลงที่มากเกินไป – จากการที่ได้คุยกับหลายคนจะพูดว่า เค้าไม่ชอบ Start Screen (ยิ่งตอน Windows 8.0 การไม่มี Start Button สร้างปัญหากับการใช้งานพอสมควรเลย) เค้าไม่มีเหตุผลที่ดีพอจะใช้ Modern UI ซึ่งเป็นสิ่งที่ Microsoft อย่างให้มีการพัฒนามากกว่า Desktop แต่สำหรับฝั่งผู้ใช้งานทั่วไป กลับเป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้จริง ทำให้ผู้ใช้งานปฏิเสธมัน
    2. ระบบปฏิบัติการที่ไม่น่ารักขนาดนั้นหรอก – แม้ว่า Windows 8 จะถูก Re-design ใหม่ แต่ปัญหาของมันคือ มันเหมือนจะ “ไม่สมบูรณ์” บางส่วนยังเป็น Desktop บางส่วนก็เป็น Modern UI แล้ว…ทำให้การจัดการ Windows ไม่ได้อยู่ในส่วนเดียวกับ ทำให้การใช้งานไม่ได้ง่าย
    3. เครื่องของฉันไม่ได้พร้อมสิ่งใหม่ – เรียกง่ายๆ ก็คือ หลายคนยังคงใช้ Traditional PC ที่เป็น KeyboardMouse อยู่นั้นเอง แต่การออกแบบ Windows 8 ในช่วงแรก กลับถูกออกแบบมาในแนวคิดที่จะให้มันเป็นใหม่ คือ การใช้ Touch Screen เช่น Surface (ต้องบอกเลยว่า มันยอดเยี่ยมมากเลยนะ ถ้าเป็น Surface) แต่การใช้ Touch Screen มีผลให้ Cost ของ Hardware เพิ่ม ก็มีผลกับผู้ใช้งานเช่นกัน ที่อาจจะซื้อ-ไม่ซื้อ Hardware Touch Screen ก็ได้ ซึ่งแปลว่า Microsoft ไม่สามารถทำให้ผู้ใช้งานยอมรับการใช้ Windows กับ Touch Screen ได้ ในขณะที่ Tablet อื่นๆ เช่น iPad หรือ Android Tablet กลับสามารถทำให้ผู้ใช้งานยอมรับได้มากกว่า ซึ่งก็เป็น เพราะ iOS และ Android ถูกออกแบบมาเพื่อ Touch Screen แต่การใช้งานกลับดูง่ายกว่า Windows พอสมควรทีเดียว
    4. Upgrade ไม่ฟรี – ในช่วงแรก Microsoft ก็มี Campaign ผลักดันให้ผู้ใช้งาน Windows 7 Upgrade ไป Windows 8…แต่ Microsoft ไม่เหมือน Apple ที่ใช้ Model ขายเหล้าพ่วงเบียร์…เอ้ย ขาย Hardware พ่วง OS ด้วย และ Offer Free Upgrade ง่ายกว่า เพราะ อายุ Hardware เป็นตัวกำหนดระยะการ Upgrade อยู่แล้ว (ข้อดีของการผูก OS ไว้กับ Hardware แบบ Apple คือ การสร้าง Brand Royalty ที่แข็งแกร่งมา เพราะ ลูกค้าไม่มีตัวเลือกอื่นที่จะเอา OS X ไปใช้กับ Hardware อื่นที่ไม่ใช่ของ Apple) ดังนั้น Microsoft จึงใช้แค่การ Dump ราคาสู้แทน (มี Free Offer สำหรับ PC ที่ซื้อก่อน Windows 8 ออกประมาณ 6 เดือน เพราะ มั่นใจว่าสามารถ Upgrade ได้แน่นอน)…ซึ่งหลายคนไป…แล้วก็กลับมา Windows 7 เหมือนเดิม เพราะ ความเคยชิน ส่วนอีกกลุ่มก็ไม่สนใจ Offer เพราะ ไม่ได้มีความคิดจะซื้อตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

     

    ซึ่งหลังจากที่ทาง Microsoft พยายามแก้เกมใน Windows 8.1 ก็เหมือนกับสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนไป เพราะ อคติของผู้ใช้งานมันถูกสร้างไปแล้ว ทำให้แผนการพัฒนาของ Windows 8 สิ้นสุดลงที่ “Windows 8.1 Update” จริงๆ มันควรจะเป็น update1 แต่ เพราะ การพับแผนการปรับปรุงทิ้ง Windows 8.1 update2 ที่ควรจะเป็น Big change จึงกลายเป็นการ Update ที่แค่ผ่านมาและผ่านไป ไม่มีอะไรน่าสนใจ และ เป็นที่น่าจดจำนั้นเอง แต่ถูกเอาไปใส่ในแผนการพัฒนา Next Generation ของ Windows ทันที ซึ่งเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งในสมัย Windows Vista นั้นเอง (สมัยนั้นหลายคนก็พูดว่า Windows 7 คือ Completed Windows Vista นั้นเอง)

     

    What is Windows 10, Where is Windows 9

    ท่ามกลางความล้มเหลวของ Windows 8 ทาง Microsoft ก็ได้ทำการพัฒนา Windows version ใหม่ภายใต้รหัส Threshold ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในงาน Build 2014 ภายใต้คอนเซปท์ของ One Platform หรือ Operating System เดียวสำหรับเครื่องทุกรูปแบบเริ่มตั้งแต่ IoT (Internet of Thing), Mobile, Tablet, PC หรือ Smart Device ต่างๆ ส่วนที่เคยสัญญาว่าจะมาใน Windows 8.1 Update 2 ก็จะมาด้วย นั้นก็คือ Start Menu และ ยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจอีกมากมาย ที่ทำให้น่าสนใจมาก (ถ้าทำได้จริง) ซึ่งผมก็ได้ไปคุยกับทางผู้ที่ดูแล Product สาย Client (windows Client & Surface) เค้ายอมรับว่า คุณสมบัติหลายตัวนั้นถูกหยิบไปพัฒนาบน Windows 10 แทนที่จะเป็นการต่อยอดใน Windows 8 แต่ต่อจากนี้ Microsoft ต้องการจะเปลี่ยนวิธีการใหม่ให้เป็น Windows-as-a-Service ซึ่ง Windows จะได้รับ Features ใหม่มากขึ้น ซึ่งเป็น Develop & Release ไม่ใช่ Develop & See you next version เหมือนเช่นที่ผ่านมาแน่นอน (ก็ต้องรอดูกันไปครับอันนี้)

    Windows10Device

    Windows 10 – One Platform (Refer: blogs.windows.com)

    แล้วถ้าถามว่าทำไมไม่ใช่ Windows 9 เรื่องนี้ไม่มี Official Message ออกมาครับ แต่ในงานเปิดตัว Next Generation of Windows โดย Terry Myerson (Deputy CEO array OS) ได้กล่าวจริงๆ แล้วมันควรจะเป็น Windows 9 ใช่มั้ย?…แต่เมื่อเรามามองในแผนยุทธศาสตร์ ONE ของ Microsoft…มันควรจะเป็น Windows One ตาม Xbox One, OneNote และ OneDrive ที่ได้มีการเปลี่ยนชื่อปรับเปลี่ยนชื่อไปเรียบร้อยก่อนหน้า…แต่มันเป็นไปไม่ได้…เพราะ Windows One เคยมี(มานาน)แล้ว

    WindowsOne
    Bill Gate และ Microsoft Windows One

    ซึ่งหลังจากเก็บข้อมูลเรื่องของ Technology ที่เหมาะสมมากว่า 10 ปี และ Microsoft ต้องการจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับ Windows  (ง่ายๆ คือ การพยายามบอกว่า เราจะเอาข้อดีของ Windows 7 และ Windows 8 มารวมกัน และ ยังมีสิ่งใหม่เพิ่มเข้าไปอีก)…และ มันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบต่อเติมมันเหมือน version เก่าๆ (หมายถึง การการเขียน Windows ใหม่ ขึ้นมาโดยไม่ได้เพิ่ม Upgrade มาจาก Coding เก่า) Microsoft จึงขอให้ชื่อของ First Step ของ New Generation ของ Windows ว่า Windows 10 นั้นเอง หลายคนพูดเรื่องของ Perfect10 แต่อันนี้ไม่มีใครยืนยันเลยครับว่าออกมาจากปากคน Microsoft

    ส่วนอีกเรื่องของการที่ไม่ใช้ Windows 9 ก็คือ เรื่องของ Legacy Windows อย่าง Windows 95/98 ซึ่งมีความกังวลเรื่องของ Legacy Coding โดยเฉพาะที่เขียนดัก OS Agent ที่อาจจะทำให้ Windows 9, Windows 95 และ Windows 98 ถูกตีว่าเป็น OS กลุ่มเดียวกับ (เช่น การใช้ Wildcard Filter แบบ “Windows 9%” ซึ่งจะได้ Windows 95 และ 98 เป็นต้น) ซึ่งจะสร้างปัญหาอย่างมากเลยทีเดียว

     

    What’s interesting About Windows 10

    Windows 10 ถูกออกแบบมาด้วย Concept ที่น่าสนใจครับ นั้นก็ คือ One Platform ซึ่งสิ่งนี่ทำให้เกิน Single Code for All แม้ตอนนี้ยังไม่ได้การันตีว่ามันจะเจ๋งเป้ง อย่างที่ Microsoft พยายามคุยอยู่ แต่มาดูกันว่าอะไรบ้างที่น่าสนใจ

    • Windows 10 ใช้งานได้กับ Hardware ที่ติดตั้ง Windows 7 และ Windows 8 ได้
      อันนี้ถือว่าน่าจะเรียกว่าเป็นความมั่นใจของ Microsoft พอสมควรที่กล้าพูดว่า Windows ใหม่ ต้องการ Spec เท่าเดิม แต่ก็ไม่ได้การันตีถึงความ Smooth แต่ส่วนตัวคิดว่า ถ้าเป็นเครื่องที่ก็สามารถทำได้ดีแน่นอนจริงๆ ก็น่าจะเป็นเครื่องที่ติดตั้ง Windows 8 มากับเครื่องนั้นแหละครับ ส่วน Windows 7 วัดที่ความใหม่ของเครื่องได้เลย
    • Universal App in Single Store
      Concept นี้ถ้าทำได้จริง ผมถือว่ามันจะเป็น Killer Features อันนึงของ Microsoft เลยนะ โดยเฉพาะฝั่ง Enterprise เพราะ แปลว่ามันจะทำให้ Development Cycle ง่ายมาก App เดียวใช้ได้ทั้ง PC, Tablet และ Mobile และทั้งหมดอยู่ใน Store เดียวกัน ผู้ใช้งานไม่ต้องเสียเงินซื้อ App แยกตามประเภทของ Platform ที่ใช้ (ไม่แน่ใจว่าฝั่ง Software House จะ Happy กับมันหรือไม่ แต่ถ้าเป็น Internal Develop น่าจะชอบมันครับ) อีกทั้ง Visual Studio ใหม่รองรับการ Recompile Application ทั้ง Android และ iOS งานนี้ก็คงมีลุ้นว่า Developer ทั้งหลายจะสนใจขนาดไหนนะครับ ถ้ามันน่าสนใจพอ

    UniversalApp

    Universal App (Refer: blogs.windows.com)

    • การเชื่อมโยง Legacy และ Next Generation ด้วย Microsoft Browser
      ไม่ใช่แค่ Windows เท่านั้นที่ต้องการจะก้าวสู่ยุคใหม่ Browser ของ Windows ก็เช่นกัน…Microsoft ได้ใช้ Internet Explorer มาเป็นเวลายาวนานแล้ว หลังจากที่พยายามจะปรับปรุงเท่าไหร่ ก็ยังไม่ได้รับเสียงตอบรับที่ดี อีกทั้ง Technology ด้าน Browser ก็เปลี่ยนไปเยอะ ดังนั้น Microsoft จึงเริ่มปฏิบัติการ Reboot Microsoft Browser ใหม่ ภายใต้ชื่อ Project Spartan และ ได้รับชื่ออย่างเป็นทางการว่า Microsoft Edge เจ้า Browser ใหม่เกาะกล่องของ Windows 10 นี้จะรองรับการใช้ร่วมกับ Touch Screen ได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสามารถใช้ปากการเขียนบน Browser เพื่อทำ Note ได้แบบเดียวกับการใช้ OneNote และ ที่เป็นจุดขายอีกข้อ คือ จะรองรับ Extension เหมือน Firefox และ Google (แน่นอนว่าน่าสามารถ Port มาได้ ผ่าน Visual Studio เหมือน Universal App) แต่จะทำอย่างไรให้ผู้ใช้งาน Internet Explorer ไม่มีปัญหาในช่วงการเปลี่ยน Generation นี้ คำตอบไม่ยากครับ Windows 10 จะมาด้วย Browser 2 ตัว คือ Internet Explorer 11 และ Microsoft Edge นั้นเอง

    image
    Windows 10 & Internet Explorer 11 (มีการ Upgrade สำหรับ Windows 10 ดังนั้นจะ version สูงกว่าใน Windows 8.1U)

    • Multi-Desktop Mode
      หลังจากที่เรารอกับมานานครับ ในที่สุด Windows ก็สามารถทำ Multi-Desktop ได้แล้ว ซึ่งเราสามารถแยก Work & Play ได้จริงๆ ซะที เพราะ เวลาใช้งานแต่ละ Desktop ก็จะใช้ Task View (Alt-Tab) ของตัวเองเท่านั้น ไม่ยุ้งกับอีก Desktop นึงด้วย และ Task View เปลี่ยนไปเล็กน้อยดูดีครับ (ดูแล้วคล้ายๆ กับ Instant Viewer ที่เป็น Function แถมมากับ Microsoft Mouse ครับ

     MultiDesktop2

    Windows 10 – MultiDeskop แบบ 2 จอ

    • Continuum
      Windows 10 ฉลาดขึ้นในเรื่องของ Platform-Aware โดยการใช้งาน Windows ปกติจะมี 2 Mode คือ PC Mode และ Tablet Mode (Start Screen x Full Screen App ทั้ง Desktop และ Modern App) (เปลี่ยนแบบ Manual ได้ผ่าน Action Center) ซึ่งเมื่อ PC นั้นถูกถอด Keyboard ออกก็จะเปลี่ยน Mode เป็น Tablet ได้ทันที และ จะเปลี่ยนกลับสู่ PC Mode เมื่อเสียบ Keyboard ได้เช่นกัน (ส่วนตัวกำลังรอดูพวกที่เป็นบิดจอ หรือ หมุน Keyboard 360 องศาอยู่ ว่าจะ Detect การบิดจอ หรือ การหมุน Keyboard ได้หรือไม่) และ แน่นอนว่า Windows 10 Mobile ก็เช่นกัน เมื่อเสียบเข้ากับตัวต่อจอก็สามารถทำงานเป็น Tablet Mode หรือ PC Mode ได้ด้วย (อันนี้ส่วนตัวยังไม่ได้ลองครับ ว่าขี้โม้ หรือ เจ๋งเป้ง)

     W10-TabletMode

    Windows 10 – Tablet Mode

    • Next Generation of Command Line
      อันนี้ต้อง Geek Microsoft เท่านั้นแหละครับที่ร้องเฮทีเดียวเมื่อได้ยินว่า Command Line ได้เพิ่ม Features ได้เทียบเท่า Terminal/Console ของ Linux แล้ว เท่าที่ทดสอบผมสามารถ ทำ Marking, เคลื่อนไหวได้อิสระ, Select-Copy-Paste ได้จริง โดยไม่ต้องใช้ Mouse ช่วยแล้ว (ร้องไห้หนักมาก)

     

    จริงๆ ยังมี Features เด่นๆ อีกหลายตัวนะครับ บางอันเป็น Improvement เช่น Explorer, Calendar, Music (พวก แต่ผมขอใส่เท่าที่ผมได้ทดสอบมาก่อน ไว้จะมาเขียนเป็นส่วนของการใช้งานอีกทีแล้วกัน

    PS. ผมของ Skip ส่วนของ Cortana ไปก่อน เพราะ ยังไม่ได้ทดสอบแน่ๆ ครับ เพราะ เทส Windows 10 บน VM

    Have a Break

    เนื้อหารอบนี้อาจจะยาวไปนิดนึงนะครับ จึงขอแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนนี้เป็นข้อมูลล้วนๆ + วิเคราะห์เล็กๆ ครับ
    แต่รอบหน้าจะเป็นเรื่องของทางผู้ใช้บ้าง และ บทวิเคราะห์ของผมที่มีต่อ Windows 10 ครับ See ya

    Comments

    comments

    Posted by yuttanah @ 3:34 pm

    Tags: , ,

  • Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.